งานช้างที่แมนยู

ข้างหลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือเห็นด้วยว่ามันเป็นข้อผิดพลาดของเขาที่ไม่สามารถที่จะทำให้นักเตะเล่นเกมรุกได้ในนัดหมายแพ้โมนาโก ในเวลาที่ โชเซ มูรินโญ รับรองปัจจุบัน ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' เกิดอะไรขึ้นกับสองกลุ่มดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
ดูอย่างกับว่าสถานะการณ์ปัจจุบันมันเป็นไปในแนวทางของการตั้งหลัก ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งสองโค้ชที่ได้รับการเห็นด้วยว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ถึงกับออกปากเช่นนั้นเอาการของ เป๊ป ก่อน
คครั้งหน้าจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่สามารถที่จะยกฐานะตัวเองให้ก้าวไปยังกลุ่มที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้เป้าหมายของพวกเขาแจ่มแจ้งยิ่งนัก แม้กระทั่งพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ตอนนี้โดนค่อนขอดว่าที่ได้แชมป์เนื่องจากกลุ่มบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วมองจากตัวเลข…ข้างหลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าสลดใจรวมทั้งท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป
ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมมิได้ยิงสักหนึ่งครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย แค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้มองเห็น ออกลูกสะเปะสะปะ แดนกึ่งกลางสู้คนพลังหนุ่มโมนาโกมิได้
เป๊ป ถูกตั้งข้อซักถามว่าสกอร์ที่เหนือกว่า 2 ลูกเป็นสิ่งที่จำเป็นหรือไม่ต้องไปใช้กึ่งกลางรุก 5 คนโดยผลักภาระให้ แฟร์นานดินโญ ผู้เดียวที่เป็นตัวตัดเกม ท้ายที่สุดมันเกิดขึ้นนั่นเป็นแดนกึ่งกลางแพ้ราบคาบแดนกึ่งกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องพูดถึง คือปัญหาใหญ่ของกลุ่มในปีนี้
การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแต่พวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ แต่ทว่าจากเกมครึ่งแรกไม่มีผู้ใดมองว่ามันเป็นเช่นนั้น ทุกคนมองว่ามีแต่จะโดนเพิ่มถ้าออกมาทรงนี้ ความเชื่อมั่นและมั่นใจมันก็สวนทางกัน…ซิตี้ จำเป็นต้องกลับมาพีคสุดๆไม่เช่นนั้นโดนกระหน่ำเละ
เกมมองดีขึ้นแต่กว่าจะได้ยิงก็ขว้างเข้าไปนาทีที่ 65 โน่นเป็นจังหวะแรกที่ ซูบาซิช ได้เซฟ ก่อนที่ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 ถ้าหากว่ากันตามจริงครึ่งแรกเกมดีขึ้นผิดหูผิดตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้ช่องทางสิ้นเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก รวมทั้งต่อจากนั้นเป็นต้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่มิได้ช่วยคุ้มครองป้องกันอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุดจากผลรวม 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
หลักสำคัญเป็นเกมรุกยังพอเพียงวางใจได้ว่าดี แต่พอเพียงเกมรับซึ่งยังไม่ปรับแก้รวมทั้งพร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯซิตี้ ล้มเหลว รวมทั้งเมื่อมองภาพรวมๆรุกพอใช้ได้ แดนกึ่งกลางถ้าเช่นนั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก ข้างหลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า จึงเป็นกลุ่มที่คล้ายกับลิเวอร์พูลเป็น…."ขาดสมดุล" ในกลุ่มไป
รับแย่ รุกพอใช้ได้ อย่างนี้ช่องทางประสบความสำเร็จมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่พวกเรามองเห็นเป็นประมาณนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แต่ลุ้นแชมป์คงยาก เนื่องจากความสมดุลของกลุ่มไม่มี มันขาดหัวใจสำคัญในกลุ่มไป เช่นเดียวกับกลุ่มที่รับดี…แต่รุกไม่ได้ช่องประสบความสำเร็จต่ำลง
เป๊ป เห็นด้วยข้างหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่สามารถที่จะทำให้สมาชิกเล่นแบบดุดัน ก้าวร้าว รวมทั้งมีเกมรุกที่ดีพอเพียงในการชนะโมนาโก เขายอมรับผิด ไม่โทษนักเตะ แต่มั่นใจว่าในใจคงมีคนไม่ใช่น้อยที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่ๆ
แผงข้างหลังในเวลานั้นอยากได้ฟูลแบกใหม่เพื่อมาเพิ่มเติมไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, วัวลาคอยฟ หรือจนถึงเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรล้นหลาม แม้จะติดกลุ่มชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่าก็ตาม

แผงข้างหลังนี่ชูแผง …จอห์น สโตน เองก็จำเป็นต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่มีระดับกว่าเขา ถ้าคาดหวังให้เขาคุมข้างหลังผู้เดียวตอนนี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีอุปสรรคต่อการเล่นเกมระดับค่อนข้างสูง ในเวลาที่แดนกึ่งกลางขาดตัวตัดเกมคุณภาพไป
แนวรุกถือว่าพอได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังมีโอกาสปรับพฤติกรรมเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ในเวลาที่ ซิลบา ปีหน้าจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
ดูแล้วอ่อนแรง…มันเป็นงานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในแนวทางการทำกลุ่มให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของแวดวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวไปได้แชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ยุคแรกให้แมนฯซิตี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้เข้มแข็ง
จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่มองเงียบๆไม่ฮือฮาราวกับช่วงซัมเมอร์ ที่มีความหวังล้นหลามข้างหลังการแต่งตั้ง โชเซ มูรินโญ คุมกลุ่ม
ปัจจุบันแม้เข้ารอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุดบอลยูโรปา ลีก รวมทั้งเหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ ผู้ดำเนินรายการรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องสถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี มากมายหลักสำคัญที่สำคัญสุดเขาบอกว่า "พวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมกริบสำหรับประโยคนี้ รวมทั้งมันไม่ต้องขยายความว่าอะไรแม้กระทั่งล้นหลาม
"ผมรู้สึกว่าพวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ พวกเรายังไม่พร้อมที่จะอุตสาหะ, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะเยอทะยานตามธรรมชาติของกลุ่มยักษ์ใหญ่ รวมทั้งสิ่งที่พวกเราเป็นอยู่จริงๆณ เวลานี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันไม่เหมือนกับ 10-20 ปีกลายอย่างสิ้นเชิง"
ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้แจ่มแจ้งในเรื่องนี้ เขากำลังติดต่อสื่อสารกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความคาดหมายระดับค่อนข้างสูงรวมทั้งจำเป็นต้องอุตสาหะประพฤติตัวแบบจมให้ลง เนื่องจากมันจะเข้าข่ายเปลี่ยนเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกแบบงั้นมาตลอด 26 ปี ภายหลังได้แชมป์ลีกครั้งสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญเป็น "ผมมาปฏิบัติงานกับสโมสรที่น่าสลดหดหู่ใจ"อันนี้ว่าคนไหนนะ…ลองอ่านกันมอง เอาหลักๆเป็นเขาพูดว่า "ถ้าเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ รวมทั้ง แดนนี เวลเบค"
มั่นใจว่าสามคนนี้อาจได้รับความรู้สึกเชิงขัดแย้งจากแฟนผีแน่นอนเนื่องจาก ดิ มาเรีย มาในช่วงที่กลุ่มตกลงไปจากเดิม ในเวลาที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความชื่นชมล้นหลามนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่แต่ทว่าเชิงแทกว่ากล่าวกแล้วแนวทางการขาย เวลเบค รวมทั้ง ชิชาริโต้ ออกไปมันเป็นคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วน ดิ มาเรีย นั้นเป็นนักเตะที่ มูรินโญ ชื่นชอบ รวมทั้งเป็นนักเตะคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมกลุ่มเรอัล มาดริด รวมทั้ง ดิ มาเรีย ก็กลับไปสู่ฟอร์มทอปของเขาเหมือนเดิมกับกลุ่ม เปแอสเช มั่นใจว่าถ้า มูรินโญ อยู่กับกลุ่มเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมกลุ่มรวมทั้งใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
ส่วนนักเตะที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า ถ้าเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมกลุ่ม ซึ่งพวกเราเองสามารถเดาได้ไม่ยากเนื่องจากจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามชิงชัยรวมทั้งการจัดกลุ่มลงเล่นทุกอาทิตย์พอเพียงจะนำชื่อมาเฉลยคำตอบกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมรรยาทรวมทั้งมืออาชีพมากพอที่จะไม่เอ่ยถึงรวมทั้งมันไม่ควรพูดถึง แต่ผมมั่นใจว่าไม่ใช่แฟนผีก็เดาได้ไม่ยาก
สิ่งที่ผมมั่นใจว่าแฟนผีรวมทั้งแฟนบอลทั่วๆไปจำเป็นต้องชื่นชอบกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมาพร้อมกับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีความยิ่งใหญ่มาก ไม่จำต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อยั่วยวนใจนักเตะมาร่วมกลุ่ม"
เขาพูดถึง…อิบราฮิโมวิช ควรอยู่กับ ปารีส, ป๊อกบา ควรอยู่กับยูเวนเหม็นตุส รวมทั้ง มคิทาร์ยาน ควรอยู่กับดอร์ทมุนด์ถัดไปถ้านักเตะคิดถึงประเด็นการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก รวมทั้งเขาเองรู้สึกแฮปปี้มากๆถ้านักเตะตัดสินใจไม่ย้ายมาเนื่องจากกลุ่มมิได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่มิได้นักเตะอย่างนี้มาร่วมกลุ่ม
พูดง่ายๆว่า นักเตะควรจะมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุยงไนเต็ด ด้วยข้อตกลงเดียวเป็นเนื่องจากนี่เป็นแมนฯยูฯ ไม่ใช่กลุ่มที่จำเป็นต้องไปเล่นชปล. หรือมีโอกาสไปเล่น
จริงนะครับ…การพูดอย่างนี้ไม่ใช่เอาใจหรือแค่ให้เกียรติ แต่มันเป็นหลักการทำงานของ มูรินโญ รวมทั้งผมมั่นใจว่าโค้ชทุกคนจำเป็นต้องมีแนวทางอย่างนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คงไม่ต้องการนักเตะที่มาเล่นกับกลุ่มเพื่อ "เงิน" , ศักดิ์ศรี หรืออะไรนักเตะจะมาเล่นกับกลุ่มนี้เพื่อ "สโมสรแห่งนี้"
มันยังไม่หมดยุคหรอก…เนื่องจากตอนท้ายแล้วกลุ่มที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักเตะก็จะใช้เงินซื้อนักเตะตลอดเวลา ไม่สามารถที่จะดึงนักเตะที่มีความรู้และมีความเข้าใจรวมทั้งมีจิตใจอยากประสบความสำเร็จกับกลุ่มมาร่วมกลุ่มได้ ปัญหาของสองกลุ่มจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
ในเวลาที่ เป๊ป บอกว่าไม่สามารถที่จะทำให้นักเตะเล่นเกมดังที่เขาอยากได้ได้ รวมทั้งกลุ่มคงควรจะมีความเคลื่อนไหวในซัมเมอร์ มันก็คล้ายกับ มูรินโญ เพียงแต่ มูรินโญ มีหลักการทำงานของเขาที่รับรองอย่างชัดเจนแล้วว่า
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากได้นักเตะที่มีใจอยากมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเนื่องจากนี่เป็นแมนเชสเตอร์ ยุยงไนเต็ด"